ผมมีโอกาสหยิบยืมตำราเรียนตัดเสื้อสตรีชุดนพเก้า ของอาจารย์ เจียรพรรณ โสภโณ จากเพื่อนคนหนึ่งมาศึกษาในยามว่าง และพบว่าตำราชุด “นพเก้า” นี้ อาจเปรียบเทียบได้กับพระไตรปิฎกทางแฟชั่นฉบับแรกๆของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ เมื่อลองค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอาจารย์เจียรพรรณดูในอินเทอร์เนต ก็ได้เจอกับเว็บไซต์ www.chiarapan.com ซึ่งเข้าใจว่าคงเป็นช่องทางหนึ่งในการติดต่อสื่อสารกับผู้ที่ต้องการรู้จักอาจารย์มากขึ้น ในเรื่องขององค์ความรู้ที่ท่านได้เป็นผู้ริเริ่มคิด รวบรวมและเรียบเรียงเอาไว้ให้เป็นวิทยาทานแก่เราท่านทั้งหลาย รุ่นต่อรุ่น และเป็นช่องทางในการสั่งซื้อตำราเรียนตัดเสื้อสตรี ชุด นพเก้า จากผู้ได้รับลิขสิทธิ์โดยตรง (ซึ่งน่าจะเป็นลูกหลานของท่านนั่นเอง) ผมเองตั้งใจที่จะมีตำราชุดนี้เก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัวเช่นกัน แต่ยังมิได้สั่งซื้อ ระหว่างนี้ก็อาศัยหยิบยืมจากเพื่อนฝูงเพื่ออ่านประดับความรู้ไปพลางๆ

ผมชอบอ่านหนังสือหรือตำราทางด้านตัดเย็บ ผมรู้สึกสนุกทุกครั้งที่ได้รู้ว่ามีอีกตั้งหลากหลายวิธีที่จะนำพาเราไปสู่ผลลัพธ์เช่นเดียวกัน นั่นคือ เสื้อผ้าที่ได้รับการตัดเย็บอย่างประณีต งดงาม และช่วยส่งเสริมสเน่ห์ให้แก่ผู้สวมใส่ … หากใครต้องการมีตำราชุดนี้ไว้ศึกษา โปรดให้การสนับสนุนรูปเล่มฉบับสมบูรณ์โดยการสั่งซื้อโดยตรงจากทางเว็บไซต์นะครับ ผมเห็นว่าเราควรสนับสนุนของแท้เพื่อเป็นการให้เกียรติปูชนียบุคคลผู้เป็นเจ้าของผลงานชิ้นเอกชิ้นนี้

ด้วยเวลาอันมีจำกัด เวลาในการอ่านของผมจึงมักจะเป็นช่วงที่เดินทางไป-กลับ บ้าน-มหาวิทยาลัย เป็นหลัก ร้อยละเก้าสิบเกิดขึ้นบนรถประจำทางปรับอากาศสาย 508 ผมอ่านเก็บสะสมไปเรื่อยๆตามอัตภาพ อาจเลือกหัวข้อที่อยากอ่านหรืออยากรู้เพิ่มเติมในวันนั้นแล้วหยิบหนังสือสักเล่มติดมือออกจากบ้านไปด้วยโดยหวังว่าจะได้อ่านเพื่อฆ่าเวลา การอ่าน ไม่ว่าจะจากหนังสือหรือจากอินเทอร์เนตบนมือถือ ทำให้ได้รู้มากขึ้น และทำให้ทราบว่ามีเรื่องที่เราเข้าใจผิดหรืออาจรู้–แต่รู้ไม่จริง–อยู่อีกเป็นจำนวนมาก

การ “รู้จริง” แล้วถ่ายทอดออกมาเป็นคำสอนแก่ลูกศิษย์นั้นเป็นเรื่องอันสมควร ผมกังวลเสมอที่จะตอบคำถามนักศึกษาในเรื่องที่ตนไม่รู้จริง ผมไม่อยากให้พวกเขาเรียนรู้ไปแบบผิดๆ ถ้าหากผมไม่รู้ ผมจะไม่ทำเป็นรู้ ผมจะบอกว่าผมไม่รู้และจะไปหาคำตอบมาให้ … ตั้งแต่มาเป็นครู เรื่องที่ผมกลัวที่สุดประการหนึ่งคือ การให้ความรู้ที่ผิดๆแก่ศิษย์ เขาทุกคนมีสิทธิ์ที่จะได้รับความรู้ที่ถูกต้องและเต็มเม็ดเต็มหน่วย ผมเชื่อเช่นนั้น

เอาล่ะครับ อารัมภบทมาซะยืดยาว อันที่จริงผมมีเรื่องที่อยากจะถ่ายทอดออกมาเป็นตัวอักษรอีกหลายเรื่อง (หากทิ้งเวลาไว้นานก็เกรงว่าจะหลงลืม) แต่เวลาเรามีจำกัด ดังนั้นผมจึงคิดว่าในวันนี้อยากแบ่งปันความประทับใจของตนเองที่มีต่อการใช้ภาษาไทยอันสละสลวยของอาจารย์ เจียรพรรณ โสภโณ ในการเขียนคำนำของตำราเรียนตัดเสื้อของท่าน … ผมมีรอยยิ้มจากการอ่านข้อเขียนของท่านเสมอ ผมรู้สึกว่าท่านกำลังสนทนากับผู้อ่าน แต่ถึงแม้ว่าการสนทนานั้นจะมีภาษาพูด คำสร้อย และหางเสียงต่างๆ ปะปนอยู่บ้าง ผมยังรู้สึกว่ามันมีความสุภาพ และฟังดูเป็นทางการ … คือความเป็นทางการที่ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด … (รู้สึกขอบใจลูกศิษย์คนหนึ่งที่ถามผมว่า “อาจารย์ไม่เขียนบล็อกอีกเหรอคะ หนูชอบเข้าไปอ่าน” มันทำให้ผมอยากเขียนอะไรดีๆมากขึ้น)

ผมให้ความสำคัญกับการเขียนภาษาไทยอย่างถูกต้องและเหมาะสมเสมอ เรามีภาษาเป็นของเราเอง เราต้องช่วยกันใช้อย่างถูกต้องนะครับ … งานเขียนของอาจารย์เป็นตัวอย่างที่ผมชื่นชมและอยากแบ่งปันให้ได้อ่านกัน ไม่เพียงแค่วิธีการใช้ภาษาที่สวยงามและสละสลวยแล้ว แต่ยังแฝงไว้ด้วยความรู้อีกมากมาย ทั้งในเรื่องของแฟชั่น สภาพสังคมในยุคสมัยนั้น และการใช้คำศัพท์ทางเทคนิคต่างๆ … ผมขออนุญาติเผยแพร่ข้อความจากตำราเรียนของอาจารย์ไว้ ณ ที่นี้เพื่อเป็นวิทยาทานด้วยนะครับ (ผมจะติดต่อไปทางผู้ถือลิขสิทธ์ในการจัดจำหน่ายหนังสือของอาจารย์เพื่อขออนุญาติอีกครั้งหนึ่งในโอกาสอันใกล้นี้)

สำหรับผม หลังจากได้อ่านคำนำของอาจารย์แล้วรู้สึกถึงกำลังใจที่อาจารย์พยายามส่งผ่านมายังผู้อ่าน ท่านต้องการให้เรามีกำลังใจในการเรียนตัดเย็บ และท่านพยายามชี้ให้เห็นถึงคุณประโยชน์และคุณค่าของมัน ในประเด็นนี้ผมเข้าใจเป็นอย่างดี เพราะสำหรับผู้ไม่เคยเรียนรู้มาก่อน การตัดเย็บถือเป็นเรื่องยากอย่างหนึ่ง แต่ถ้าหากตั้งใจอ่านข้อความของอาจารย์ดีๆ คุณจะรู้ว่า ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น … อาจารย์ให้ความสำคัญกับการค่อยๆทดลองทำไปทีละขั้นตอน หากเราต้องการตัดเย็บเสื้อสวยๆขึ้นมาสักตัวหนึ่ง เราควรให้เวลากับมัน การทำอะไรแบบลวกๆหรือขอไปที ก็จะผลิตผลลัพธ์ในทำนองเดียวกันออกมา ไม่เชื่อก็ลองสังเกตช่างตัดเสื้อที่ทำงานแบบด่วนจี๋ไปรษณีย์จ๋าสิครับ ชุดที่เขาตัดเย็บขึ้นมานั้นสวยหรือไม่ แล้วลองสังเกตช่างเสื้อตัวจริงดู (ลองค้นหาดูในยูทูบก็ได้ครับ เช่น Chanel – behind the scene) จะเห็นว่าการทำงานอย่างค่อยเป็นค่อยไปนั้นให้ผลลัพธ์อย่างไร … ขนาดช่างเสื้อของชาแนลที่เป็นช่างมืออาชีพ เขายังค่อยๆทำงานอย่างปราณีตเลย แล้วเราที่เพิ่งหัดทำ เรากลับต้องการตัดเย็บทุกอย่างแบบลวกๆเพื่อให้เสร็จไวๆอย่างนั้นหรือครับ? … (O_o)?

สำหรับนักศึกษา ก็อยากให้ลองพิจารณากันดูว่าเราอยากเป็นดีไซเนอร์แบบไหน ถ้าอยากพึ่งพาสองมือและมันสมองของตนเอง ก็ให้ตั้งใจเรียนตัดเย็บและศึกษาเพิ่มเติมจากตำรานอกห้องเรียนบ้าง หรือลองสอบถามจากเพื่อนๆที่มหาวิทยาลัยอื่นดูว่าเขาเรียนอะไรอย่างไร เผื่อจะได้หูตากว้างไกลขึ้น … แต่ถ้าหากอยากเป็นแค่ดีไซเนอร์ที่ตัดเย็บไม่เป็น เพราะต้องการเพียงแค่ออกแบบเท่านั้น ก็คงต้องเตรียมตัวเตรียมใจไว้เลยว่า วันหนึ่งอาจจะต้องวิ่งหาที่เรียนเพิ่มเติมในด้านนี้ และราคาค่างวดของวิชาด้านนี้ก็สูงไม่เบาเลยทีเดียว (มีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยอื่นๆติดต่อเข้ามาเพื่อขอเรียนแพตเทิร์นส่วนตัวกับผมเสมอ เป็นหลักฐานว่ามันมีความสำคัญเพียงใดในการปฏิบัติงานจริงในอนาคต) … ถ้าเป็นผม ผมเสียค่าหน่วยกิจในการเรียนแล้ว อยากรู้อะไรผมจะถามทุกอย่าง ถามให้คุ้มกับที่พ่อกับแม่ของผมส่งเสียให้มาเรียน ลองถามตัวเองดูสิครับว่าเคยถามคำถามในห้องเรียนมากน้อยเพียงใดแล้ว … ผมถามตลอดเวลา ถามแม้กระทั่งเรื่องที่รู้แล้ว เพราะบางทีเราอาจได้ความรู้ใหม่ก็ได้

ลองอ่านกันดูนะครับ แล้วรู้สึกอย่างไรก็เข้ามาคอมเม้นต์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ ทุกคอมเม้นต์ถือเป็นกำลังใจของผมเสมอ

คำนำ จาก ตำราตัดเสื้อสตรี ชุด นพเก้า เล่ม 1 เรื่องกระโปรง โดย เจียรพรรณ โสภโณ – ชวนพิมพ์, กรุงเทพฯ 2535

สวัสดีค่ะ คุณสุภาพสตรีที่รัก

ปัจจุบันนี้ ตามสภาพเศรษฐกิจแล้วจะเห็นว่าค่าแรงสูงขึ้นเป็นลำดับค่ะ โดยเฉพาะค่าแรงของช่างฝีมือในการตัดเย็บเสื้อสตรี ค่าฝีมือในการตัดเย็บเสื้อสตรีชุดหนึ่ง เมื่อนำมาเทียบระหว่างค่าแรงกับค่าผ้า จะเห็นได้ว่าค่าแรงแพงกว่าค่าผ้า เสื้อสำเร็จรูปชุดหนึ่งราคาสูงกว่าหนึ่งพันบาท ผู้ที่มีรายได้ดีก็พอจะหาซื้อมาสวมใส่ แต่ผู้ที่มีรายได้น้อยไม่สามารถจะสวมเสื้อผ้าที่ดีตามรสนิยมของตนเองได้ การแต่งกายของสตรีจึงเป็นผลกระทบกระเทือนเศรษฐกิจในครอบครัว เพราะเป็นรายจ่ายที่สูง และจะสูงขึ้นเป็นลำดับ

ดิฉันจึงคิดว่า ถ้าหากสตรีทุกคนสามารถตัดเสื้อใส่เองได้ จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ช่วยเศรษฐกิจในครอบครัวให้ดีขึ้น และช่วยให้การแต่งกายของสตรีไทยมีรสนิยมสูงขึ้นเป็นลำดับ สำหรับบางคนอาจจะพูดว่า “ไม่มีเวลา ไม่มีหัวทางนี้” ทั้งนี้เพราะไม่เชื่อความสามารถของตนเองว่าจะตัดเสื้อใส่เองได้ หากจะลองเปลี่ยนทัศนะเสียใหม่ว่า “จะลองแบ่งเวลาดู พอมีหัวทางนี้อยู่บ้าง” แล้วจัดแบ่งเวลาทดสอบความสามารถของตนเอง ศึกษาในการตัดเย็บ ไม่ว่าจะเข้าเรียนในสถาบันสอนตัดเสื้อแห่งใด หรือจะเรียนด้วยตนเองจากตำราเพียงช่วงสั้นๆ ก็ย่อมมีโอกาสสามารถที่่จะตัดเสื้อใส่เองได้

วิชาตัดเสื้อเป็นวิชาศิลป ไม่ต้องใช้พื้นฐานความรู้สูง วิชาตัดเสื้อสตรีกำลังได้รับการพัฒนาเป็นวิชาชีพที่อยู่ในตลาดวิชาที่จะหาเลือกเรียนได้ ในกรุงเทพมหานคร มีโรงเรียนสอนตัดเสื้อที่อยู่ในความควบคุมของกระทรวงศึกษาธิการ หลายสิบสถาบันที่แข่งขันกันในด้านหลักวิชา ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้เข้าเรียน ได้รับความรู้เต็มเม็ดเต็มหน่วย การเรียนตัดเสื้อสตรีนั้นเรียนได้หลายวิธี ผู้มีทุนมากสามารถเข้าเรียนในหลักสูตรระยะยาว เรียนสำเร็จได้ยึดถือเป็นอาชีพเปิดกิจการของตนเอง ผู้มีทุนน้อยอาจเรียนในหลักสูตรระยะสั้น แล้วหางานทำฝึกฝนเพิ่มเติมมีอาชีพเป็นช่างเสื้อได้เช่นกัน แต่ผู้ที่ไม่มีทุนหรือไม่มีเวลาเรียนในสถาบันชั้นนำ ก็สามารถเรียนจากตำราตัดเสื้อด้วยตนเอง เป็นการเรียนแบบประหยัดที่สามารถตัดเสื้อใส่เองได้

จากตำราเรียนตัดเสื้อสตรีที่ดิฉันได้จัดพิมพ์จำหน่ายมานานนับ 10 ปี ดิฉันได้รับจดหมายชื่นชมมากมายจากผู้ที่ซื้อตำราไปเรียนตัดเสื้อด้วยตนเองว่าได้ผลจากตำราอย่างคุ้มค่า และบอกเล่าปากต่อปากถึงประโยชน์ที่ได้รับจากตำราเล่มที่ 1 เล่มที่ 2 เล่มที่ 3 และตำราเล่มที่ 4 คือตำราตัดเสื้อสตรีฉบับมาตรฐานสากล ที่ดิฉันได้จัดพิมพ์มาแล้ว จากคำชื่นชมที่ได้รับเป็นกำลังใจให้ดิฉันใช้ความพยายาม รวบรวมหลักวิชาและเคล็ดลับจากการที่ดิฉันได้ผ่านงานด้านนี้มา ตั้งแต่แรกเริ่มมาจนถึงปี 2525 เป็นเวลา 40 ปีเต็ม และจากการที่ดิฉันได้เดินทางไปศึกษาเพิ่มเติมในประเทศฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา และประเทศญี่ปุ่น จากประสบการณ์ดังกล่าว ดิฉันได้นำมาลำดับเป็นตัวอักษร เขียนเป็นตำราเสื้อชุดใหม่ในชื่อว่า “ตำราตัดเสื้อสตรีชุดนพเก้า” เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจจะเรียนตัดเสื้อด้วยตนเอง และเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสตรีรุ่นหลังจะได้นำตำราตัดเสื้อชุดนี้ไปศึกษาหาความรู้ใส่ตัวเป็นช่างเสื้อที่รอบรู้ได้ โดยไม่ต้องศึกษานานถึง 40 ปี

ตำราตัดเสื้อสตรีชุดนพเก้านี้ จะเป็นตำราที่รวมหลักวิชาในการตัดเสื้อสตรีทุกชนิด ซึ่งดิฉันได้แบ่งแยกวิชาตัดเสื้อแต่ละประเภทไว้เป็นเล่มๆ ในตำราแต่ละเล่มจะรวมหลักการสร้างแบบตัด และการวางแบบตัดผ้า พร้อมทั้งเทคนิคการเย็บที่ถูกต้องไว้ในตำราเล่มเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อให้ตำราตัดเสื้อชุดนี้เป็นตำราชุดที่สมบูรณ์แบบ เพื่อท่านที่เป็นเจ้าของจะได้รับประโยชน์อย่างครบถ้วน จากตำราเล่มที่ 1 ถึงเล่มที่ 9 ตามที่ดิฉันได้ตั้งเจตนารมณ์ไว้ เพื่อให้ตำราเรียนตัดเสื้อสตรีชุดนพเก้า เป็นเสมือนดวงแก้วสารพัดนึกของช่างเสื้อ เป็นคู่มือในการประกอบอาชีพ และเป็นตำราตัดเสื้อประจำครอบครัว ดิฉันหวังต่อไปว่า ในวันข้างหน้า สตรีจะตัดเสื้อใส่เองได้ ประหนึ่งเหมือนเช่นการปรุงอาหารรับประทานได้ด้วยตนเอง

ด้วยความปรารถนาดีจาก

เจียรพรรณ โสภโณ

เป็นงานเขียนที่ดีชิ้นหนึ่งเลยจริงไหมครับ

🙂