ในระยะเวลาสามสี่วันมานี้ค่อนข้างเครียดกับสถานการณ์น้ำท่วมและความเดือดร้อนของผู้ที่กำลังประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้ จึงหมดกะจิตกะใจที่จะเขียนบล็อก เพราะอย่างที่เคยบอกไว้ การเขียนแต่ละครั้งต้องอาศัยเวลาและสมาธิ ซึ่งช่วงนี้ไม่ใคร่จะมีนัก แต่หากปล่อยไว้นานเห็นจะไม่เข้าทีเพราะอาจเกิดอาการเฉยชากับความไม่กระตือรือร้นของตนเอง กระทั่งกลายเป็นความชินชา อย่างนั้นคงไม่ดีแน่ ดังนั้น วันนี้จะขอแนะนำกิจกรรมที่น่าสนใจกิจกรรมหนึ่งที่มีชื่อว่า “Italian Week”

Italian Week หรือ สัปดาห์อิตาเลียน ประจำปี 2554 นี้ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ในปีนี้ (เข้าใจว่า) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-29 ตุลาคม 2554 ณ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ ในงานจะมีกิจกรรมใดบ้างนั้น ขณะนี้ผมยังไม่ทราบในรายละเอียดนัก ทราบแต่เพียงว่าจะมีการจัดนิทรรศการแสดงผลงานของคณาจารย์มหาวิทยาลัยศิลปากร ณ หอศิลปะและการออกแบบ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ

ลองค้นหาในเว็บไซต์ของคณะโบราณคดี (http://www.archae.su.ac.th) โดยหวังว่าจะได้รับข้อมูลเพิ่มเติม ก็ยังไม่พบแต่ประการใด อีกประเดี๋ยวเขาคงจะแจ้งให้ทราบ หากทราบแล้วจะนำมาเพิ่มเติมไว้ตรงนี้ (ขณะนี้ที่เขียนอยู่นี้ก็ฟังข่าวทางโทรทัศน์ไปด้วย พบว่าเกิดความติดขัดทางความคิด เหมือนสมองต้องแยกประสาทออกเป็นสองทาง ครั้งจะลุกไปปิดโทรทัศน์ก็เกรงว่าจะพลาดรายงานสถานการณ์เร่งด่วน เห็นว่าตั้งแต่เที่ยงคืนถึงเวลาห้านาฬิกาของวันนี้ น้ำจะถูกปล่อยเข้ามาในกรุงเทพฯชั้นใน ชาวกรุงกำลังเป็นกังวลกับสถานการณ์นี้)

ย้อนไปสักสองสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ผมได้รับโทรศัพท์จากผู้ช่วยศาสตราจารย์ เทิดศักดิ์ เหล็กดี ภาควิชาออกแบบภายใน ท่านช่วยโทรมาแนะนำให้รู้จักและพูดคุยกับอาจารย์เต้าหู้ คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ ทำให้ได้ทราบว่าจะมีกิจกรรมนี้ (สัปดาห์อิตาเลียน) อาจารย์เต้าหู้ (ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่ทราบชื่อจริงของท่าน .. ^^’) ได้ชวนให้เข้าร่วมกิจกรรมในฐานะผู้หนึ่งที่เคยมีประสบการณ์การใช้ชีวิตในสาธารณรัฐอิตาลี ทราบว่าอาจารย์ ดร. วีรวัฒน์ สิริเวสมาศ หัวหน้าภาควิชาออกแบบเครื่องประดับก็ได้รับเชิญด้วย ท่านเคยได้รับทุนรัฐบาลไปศึกษาที่สถาบัน IED ที่เมืองมิลานเช่นกัน คาดว่าคงจะมีอาจารย์อีกหลายๆท่านที่เคยเป็นนักเรียนทุนรัฐบาลเช่นกับผมได้รับเชิญให้ร่วมกิจกรรมนี้ด้วยกัน .. ผมรู้สึกดีใจและเหมือนได้รำลึกถึงความหลังอีกครั้ง

ทีแรกตั้งใจจะออกแบบและตัดเย็บชุดขึ้นมาใหม่ หลังจากนั้นก็เปลี่ยนใจ คิดว่าจะนำผลงานที่เกิดขึ้นระหว่างการศึกษาที่สถาบัน Istituto Secoli มาจัดแสดงประกอบกับสื่ออื่นๆ (ในลักษณะสื่อผสม) แต่ก็มีอีกหนึ่งความคิดที่อยากจะนำเสนอผลงานการถ่ายภาพของตนเองในระหว่างที่ใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองมิลาน สาธารณรัฐอิตาลี เพราะตนเองเป็นคนชอบภ่ายภาพ ถึงแม้จะไม่ใช่ช่างภาพมืออาชีพแต่พบว่าถ่ายภาพเก็บเอาไว้เป็นจำนวนมาก เรียกว่านับไม่ถ้วนเลยก็ได้ ภาพถ่ายเปรียบเสมือนความทรงจำที่ถูกบันทึกไว้ ซึ่งมีหลายแง่มุม หลายมุมมอง สุดท้ายก็มาสรุปเอาที่ผลงานภาพถ่ายนี้ .. อาจารย์เต้าหู้คงสับสนกับผมไม่น้อย

เมืองมิลานที่ใครๆคงเข้าใจและนึกภาพเช่นเดียวกันว่าเป็นเมืองแฟชั่นและทุกอย่างต้องสวยหรูดูงามตานั้น อันที่จริงแล้วก็มีอีกหลายมุมที่อาจคาดไม่ถึงก็เป็นได้ ภาพถ่ายชุดนี้จึงใช้ชื่อว่า “Milano Bianco Nero | มิลาน ขาว ดำ” .. เพื่อต้องการสื่อให้เห็นถึงทั้งสองด้านของเมืองนี้ ผมมิได้หมายถึงด้านดีและด้านมืดแต่เพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ ความรู้สึกที่ผู้ชมได้รับจากภาพแต่ละภาพนั้นย่อมแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับภูมิหลังและทัศนคติเฉพาะบุคคล หากมีเวลาว่างก็อยากให้ลองมาชมกันนะครับ ดีหรือไม่ดีอย่างไรช่วยแนะนำและติชมกันด้วย ..🙂

นี่เป็นตัวอย่างภาพที่จะถูกจัดแสดงในงานนี้ คุณภาพของภาพอาจไม่ดีเท่ากับกล้องมือโปร ผมก็ได้แค่ใช้กล้องดิจิทัล (stupid camera) ของผมถ่ายไปตามความรู้สึกในขณะนั้น ถ่ายอย่างคนที่รักการถ่ายรูป มิได้มีเทคนิคหรือองค์ความรู้ทางการถ่ายภาพใดๆมาก่อนนะครับ ลองชมกันดูนะครับ